02/12/2022

Sports News 4 You

ข่าวกีฬามันส์

March Madness : ทัวร์นาเมนต์บาสเกตบอลมหา’ลัยที่สร้างความบ้าคลั่งระดับโลก

หากพูดถึงทัวร์นาเมนต์กีฬาที่มีดวงตานับล้านจับจ้องให้ความสนใจ หลายคนอาจนึกถึง โอลิมปิกเกมส์, ฟุตบอลโลก หรือ ซูเปอร์โบวล์

หากพูดถึงทัวร์นาเมนต์กีฬาที่มีดวงตานับล้านจับจ้องให้ความสนใจ หลายคนอาจนึกถึง โอลิมปิกเกมส์, ฟุตบอลโลก หรือ ซูเปอร์โบวล์

แต่สำหรับคนที่รักอเมริกันเกมส์แล้ว เมื่อเข้าสู่ช่วงท้ายของเดือนมีนาคม พอได้ยินสองคำอย่าง “March Madness” ร้อยทั้งร้อย จะมีรอยยิ้มบนใบหน้าพร้อมกับความรู้สึกตื่นเต้นในใจทันที เพราะนี้คือหนึ่งในมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก แถมแฟน ๆ ยังมีส่วนร่วมในการชิงเงินรางวัลสูงหลักล้าน

อะไรคือ March Madness ? ทำไมถึงมีคนสนใจมากมาย ? และเพราะอะไร วอร์เรน บัฟเฟตต์ ถึงพร้อมเป็นมหาเศรษฐีใจป้ำ มอบเงินให้ใช้แบบฟรี ๆ เพียงแค่ “ทายผลให้ถูก” ?

ความเป็นมา

จุดเริ่มต้นของ March Madness ต้องย้อนกลับไปในปี 1939 เมื่อทาง NCAA หรือ National Collegiate Athletics Association ผู้ทำหน้าที่เป็นองค์กรหลักในการดูแลเรื่องของการแข่งขันกีฬาระดับมหาวิทยาลัยของสหรัฐอเมริกา เกิดไอเดียในการจัดทัวร์นาเมนต์หลังจบฤดูกาลที่เชิญแชมป์บาสเกตบอลมหา’ลัยจากแต่ละภูมิภาคมาแข่งกัน

ในปีนั้นมี 8 ทีมถูกเชิญมาแข่งขันกันที่รัฐอิลลินอยส์ ผลประกฎว่ามหาวิทยาลัย โอเรกอน ชนะ มหาวิทยาลัย โอไฮโอ สเตท ในรอบชิงชนะเลิศ จากการที่จัดเป็นครั้งแรก ประกอบรูปการจัดทัวร์นาเมนต์สไตล์น็อกเอาต์ แพ้คัดออก ทำให้มีกระแสตอนรับที่ดี แฟนกีฬาให้ความสนใจมากขึ้น

เวลาผ่านไป จำนวนทีมที่ถูกรับเชิญมาแข่งขันในแต่ละปีก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เริ่มจาก 16 ทีมในปี 1951 ก่อนจะขึ้นมาเป็น 32 ในปี 1975 แล้วก็ 64 ทีมในปี 1985 จนปัจจุบันอยู่ที่ 68 ทีม แต่สิ่งที่ยังคงยึดติดมาโดยตลอดจากปีแรกเริ่ม คือการใช้กฎน็อกเอาต์ ชนะไปต่อ แพ้กลับบ้าน หรือ “Win or Go Home” ทำให้ทีมแชมป์ต้องชนะทุกทีมที่ขวางหน้าแบบห้ามปราชัยโดยเด็ดขาด

สถาบันที่คว้าแชมป์มากที่สุดตลอดการก็คือ มหาวิทยาลัย UCLA ชนะไปถึง 11 สมัย ลองลงมาก็คือ มหาวิทยาลัย เคนตั๊กกี้ 8 สมัย และ มหาวิทยาลัย นอร์ทแคโรไลนา 6 สมัย

ส่วนเรื่องชื่อที่ใช้สำหรับทัวร์นาเมนต์ “March Madness” ถูกใช้ครั้งแรกหลังจบการแข่งขันในปี 1939 โดย เฮนรี่ พอร์เตอร์ เจ้าหน้าที่โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งของรัฐอิลลินอยส์